Category: บ้าน

แหล่งสะสมแบคทีเรียภายในบ้านที่หลายคนมองข้าม

ในช่วงที่เชื้อโรคร้ายกำลังแพร่ระบาดอย่างในปัจจุบัน ทำให้หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจกับการรักษาความสะอาดภายในบ้านกันมากขึ้น ดังนั้นวันนี้เราจึงรวบรวม 5 แหล่งสะสมแบคทีเรียภายในบ้านที่หลายคนมองข้ามมาฝากกัน

ลูกบิดประตู

ถือเป็นจุดเล็ก ๆ อันดับต้น ๆ ที่หลายคนมองข้ามเวลาทำความสะอาดบ้าน เนื่องจากเป็นของที่หลายคนใช้ร่วมกัน ผ่านหลายมือในแต่ละวัน ทำให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียชั้นดี แถมเชื้อบางชนิดยังมีชีวิตอยู่ได้หลายสัปดาห์ ซึ่งนานพอที่จะแพร่กระจายจนทำให้คนในบ้านล้มป่วยได้ ดังนั้น เราจึงควรทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

ราวจับบันได

คล้ายกับลูกบิดประตู ซึ่งเป็นจุดเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่เป็นจุดที่ทุกคนในบ้านใช้งานร่วมกัน จึงเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคชั้นดี ดังนั้น จึงควรทำความสะอาดด้วยน้ำร้อนหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคอย่างสม่ำเสมอ หรือหากเราเผลอไปจับราวจับบันไดที่นอกบ้าน เช่น ในห้างฯ หรือบ้านเพื่อน ก็ควรล้างมือด้วยเช่นกัน

ปุ่มเปิด-ปิดเตาแก๊ส

แน่นอนว่าบ้านไหนที่ประกอบอาหารกินเองบ่อย ๆ สิ่งสกปรกทั้งเชื้อโรค แบคทีเรีย และยีสต์ต่าง ๆ จากอาหารมักจะไปสะสมอยู่บนสิ่งที่เราสัมผัสระหว่างทำอาหาร หนึ่งในนั้นก็คือ ปุ่มเปิด-ปิดเตาแก๊ส นั่นเอง โดยจากการวิจัยพบว่า บริเวณปุ่มเปิด-ปิดเตาแก๊ส มีโอกาสพบเชื้อราและยีสต์ต่าง ๆ สะสมถึง 27% รวมถึง แบคทีเรียโคลิฟอร์ม 14% ดังนั้น หลังประกอบอาหารทุกครั้งจึงควรล้างทำความสะอาดบริเวณเตาแก๊สและปุ่มเปิด-ปิดเตาแก๊สด้วยนั่นเอง

ก๊อกน้ำ

ถือเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคมากที่สุดแหล่งหนึ่งในบ้านเลยก็ว่าได้ เพราะก๊อกน้ำมักจะมีสภาพชื้นแฉะอยู่เสมอ เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคและแบคทีเรีย โดยจากการวิจัยพบว่า ก๊อกน้ำ มีโอกาสที่จะพบเชื้อแบคทีเรียสแตฟ ถึง 27% และ แบคทีเรียโคลิฟอร์ม 9% หากต้องการให้น้ำล้างอาหารสด ลูกชิ้นปลา เนื้อสด ผักต่างๆ ถ้าเป็นไปได้ควรล้างผ่านเครื่องกรองน้ำอีกทีหนึ่ง หรืออย่างน้อยก็ควรทำอาหารเหล่านั้นไปปรุงสุกก่อนรับประทาน การทานผักสดที่ล้างน้ำจากก๊อกก็เป็นไปได้ว่าจะยังมีคราบสกปรกเหลือติดที่ผิดอยู่เยอะพอสมควร

แปรงสีฟันและแก้วใส่แฟรงสีฟัน

หลายคนมักจะใช้แก้วน้ำหรือภาชนะคล้าย ๆ แก้วสำหรับวางแปรงสีฟันในห้องน้ำ ด้วยสภาพชื้นแฉะ และความอับของห้องน้ำ ทำให้ทั้งแก้วและแปรงสีฟันมักเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียหลายชนิด ทั้ง เชื้อราและยีสต์, แบคทีเรียโคลิฟอร์ม, แบคทีเรียสแตฟ, แบคทีเรียอีโคไล ฯลฯ ดังนั้น อย่าลืมเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก ๆ 3 เดือน และหมั่นทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่น หากเป็นไปได้ก็อย่าเก็บแปรงสีฟันไว้ในที่อับชื้นจะดีกว่า

หลายคนมักให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดตามจุดใหญ่ ๆ ภายในบ้าน ซึ่งสามารถมองเห็นได้ง่าย โดยมองข้ามจุดเล็ก ๆ ใกล้ตัวที่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียชั้นดีเหมือนกัน รู้อย่างนี้แล้วมาเริ่มทำความสะอาดจุดต่าง ๆ ดังที่กล่าวมากันตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้คุณและครอบครัวห่างไกลจากเชื้อโรค

วิธีป้องกันงูเข้าบ้านที่ทุกคนควรรู้

งูเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีอันตรายทั้งต่อคนและ สัตว์เลี้ยง การถูกกัดเพียงครั้งเดียวก็ถึงขั้นทำให้สูญเสียอวัยวะหรือเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะงูที่มีพิษทางระบบเลือดและระบบประสาท หากได้รับเซรุ่มไม่ทันตามเวลาก็จะทำให้เกิดการสูญเสียสมาชิกในครอบครัวได้ เรามาดูกันว่า จะมีวิธีการป้องกันเพื่อไม่ให้งูเข้ามาอยู่ในบริเวณที่พักอาศัยของเราได้อย่างไรบ้าง

1. ควบคุมแหล่งอาหารของงู

งูจะชอบกินหนูและนกที่มาอาศัยในบ้านเรือน การดูแลเรื่องความสะอาด และตัดตกแต่งกิ่งไม้ที่นกจะมาทำรังเป็นประจำ จะช่วยป้องกันไม่ให้งูเข้ามาหาอาหารในบริเวณบ้านได้ ทั้งยังทำให้บ้านมีบรรยากาศน่าอยู่ขึ้นด้วย

2. จัดของเป็นระเบียบ

งูเป็นสัตว์ที่ชอบอำพรางตัว หากมีการจัดวางข้าวของอย่างเป็นระเบียบก็จะทำให้ไม่มีสถานที่ให้มันหลบซ่อนตัว จึงต้องหมั่นทำความสะอาดพื้นที่ส่วนต่าง ๆ เช่น ห้องเก็บของ โรงรถ บริเวณที่มีการคว่ำกระถางต้นไม้ กองผ้าและถุงปุ๋ย ฯลฯ ซึ่งพบว่าเป็นจุดเสี่ยงที่มีการเจองูมาก

3. ติดตาข่ายและมุ้งลวด

งูมักเลื้อยมาจากโพรงใต้ดินหรือท่อน้ำ โดยเฉพาะช่วงที่มีน้ำท่วม การติดตาข่ายและมุ้งลวด จะป้องกันไม่ให้งูโผล่เข้ามาอยู่ในพื้นที่บ้านได้ การลงทุนติดอุปกรณ์เหล่านี้ถือว่าคุ้มค่าต่อการลดภัยถึงชีวิต ทั้งนี้ควรเลือกแบบที่ตาถี่ ๆ จะทำให้ป้องกันทั้งงูขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมถึงสัตว์มีพิษอื่น ๆ เช่น ตะขาบ แมงป่อง ได้ด้วย

4. เลี้ยงสุนัขในบริเวณบ้าน

สุนัขสามารถดมกลิ่นได้ดีกว่าสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น หากเจอกลิ่นสัตว์แปลกปลอมจะเห่าเพื่อเตือนภัยและส่วนใหญ่จะสามารถไล่กัดงูได้ด้วย จึงนับว่าสุนัขเป็นเพื่อนช่วยให้เพลิดเพลินและยังช่วยในการเตือนภัยให้กับคุณได้เป็นอย่างดี

5. ทาหรือโรยสารที่มีกลิ่นแรง

งูเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบสารกลิ่นฉุน การใช้สารที่มีกลิ่นแรง แต่ไม่มีพิษต่อคนและสัตว์เลี้ยง เช่น น้ำมันก๊าด น้ำมันเครื่องรถ และผงกำมะถัน ทาไว้ในบริเวณที่มีความเสี่ยง เช่น เคยพบซากงูลอกคราบ หรือโรยไว้รอบรั้วบ้านทุกด้าน จะทำให้งูไม่เลื้อยมาใกล้ ๆ อย่างแน่นอน

การป้องกันไม่ให้งูเข้าบ้านเป็นสิ่งที่จำเป็น หากมีเหตุไม่คาดฝัน คือ งูเข้ามาอยู่ในรั้วบ้านของคุณแล้ว ไม่ควรประมาทที่จะไล่ตีหรือจับงูด้วยตัวเอง ควรรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจหรือหน่วยงานกู้ภัย ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีประสบการณ์และเครื่องมือเตรียมพร้อมในการจับงู มาช่วย จะทำให้คุณและสมาชิกในบ้านทุกคนปลอดภัยมากที่สุด

วิธีป้องกันงูเข้าบ้านที่ทุกคนควรรู้

การเลือกสีบ้าน 10 เฉดสี ที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ

การสีบ้านก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งเลยที่สำคัญ และจะเป็นการสื่อได้เลยว่าเจ้าของบ้านหลังนี้นั้น มีความชอบ รสนิยม เป็นแบบไหนกัน จะเป็นการบ่งบอกที่ชัดเจนมากจริงๆ สีขิงบ้านนั้นมีหลากหลาย มากมายให้พวกเราได้เลือกใช้ แต่สีที่จะเป็นธรรมชาติหรือความสวยงามของใคร ก็จะขึ้นอยูที่คนเลือกสีนั้นๆ มาใช้ในการทาสีบ้านของเราเอง การเลือกสีให้ดีนั้น ควรเป็นสีที่เราชอบ ส่วนสีที่ไม่ควรเลือกมาใช้เลยก็คือ สีดำ ซึ่งเป็นสีที่ใช้แทนความทุกข์ เป็นสีที่ไม่เหมาะต่อการที่จะนำมาทาบ้านของเราเลย ต้องลือกสีที่เราชอบแต่ก็ไม่ใช่สีที่ดูแล้วสื่อถึงสิ่งที่ไม่ดี มันจะเป็นความไม่ดีต่อบ้านของเราด้วย

1.สีฟ้า เป็นสีที่ทำให้ความรู้สึก สงบ สบาย เยือกเย็น ปลอดภัย เป็นสีที่ให้ความรู้สึกที่ดีเลยทีเดียวนะ ที่ทำให้รู้สึกว่าสบายกาย สบายใจทำครั้งที่ได้มอง หรือได้อยู่ในห้องที่เป็นสีโทนแบบนี้ เป็นสีที่ให้ความร่มเย็น สบายอกสบายใจเป็นที่สุดเลยก็ว่าได้นะ สีแบบนี้บอกได้เลยว่าเหมาะที่สุดเท่าที่ได้เคยเจอมา ในบรรดาสีไหน ก็ไม่เหมาะเท่าสีนี้อีกแล้ว สีฟ้าเป็นสีที่ดีแล้วสำหรับบ้านไหนๆก็ดูเหมาะไปหมดเลย

2.สีชมพู สีแห่งความรักเลยสีนี้ ส่วนมากจะเป็นสีที่ผู้หญิงชอบ แต่ก็ไม่ใช่ว่าผู้ชายจะชอบไม่ได้ เพราะก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชายจะชอบได้เหมือนกัน สีชมพู จะสื่อถึง ความรัก ความหวาน นุ่มนวล อบอุ่น เหมาะกับคนที่ มีความสดใส ความหวาน เหมาะที่จะเป็นบ้านหุ่มสาว ที่สุดเลย หรือเป็นครอบครัวก็ได้นะ

3.สีเขียว เป็นสีที่ให้ความ ชุ่มชื้น สดใส ดูสบายๆตา สีเขียวก็เป็นความธรรมชาติมากเลยทีเดียว เป็นสีที่ทำให้รู้สึกได้เลยว่าเหมือนอยู่ในป่า ที่ที่เป็นธรรมชาติที่สุด ความสดชื่นแบบนี้ก็เป็นอีกสไตล์หนึ่งเลยที่จะสื่อให้รู้ว่าคนๆนั้นเป็นคนแบบไหน สีเขียวจะสื่อได้ว่าเป็นคน เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ ไม่มีอะไรมากมาย

4.สีแดง ให้ความหมายว่า ร้อนแรง ดุเดือด ใจร้อน ซึ่งคนที่ชอบสีนี้ จะเป็นคนใจร้อน ทำอะไรรวดเร็ว ไม่รอช้า คิดอยากจะทำอะไรก็ทำเลย สีบ้านก็เช่นกัน ถ้าได้ทาสีบ้านเป็นสีแดงแล้ว ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมาก สีนี้ก็เหมาะดีเหมือนกันที่จะเป็นสีของบ้านเรือนเรา

5.สีครีม ให้ความรู้สึก นุ่มนวล เรียบร้อย อ่อนโยน คนที่ใช้สีทาบ้านแบบนี้บอกเลยว่าเป็นคนที่อ่อนโยน เป็นคนที่เรียบร้อยน่าค้นหาสุดๆไปเลย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นัก เพราะสีครีมนี้มีจะเลอะง่ายหน่อยเพราะเป็นสีที่ดูจืด ไม่ฉูดฉาดเท่าไหร่ ทำให้ตัวบ้านของเราอาจจะเป็นล่องลอยได้ง่ายขึ้น

6.สีเหลือง ให้ความรู้สึก เบิกบาน สดใส ความสุข ที่เต็มไปด้วยความสดใสที่สื่อออกมาจากสีเหลืองนี้เอง สีนี้เป็นสีที่สดใสที่สุดเลยจริงๆ เพราะเป็นสีที่สว่างมาก ดูแล้วสบายตา สบายใจ แต่ก็มีผลเสียอยู่ดี ตรงที่สีดูสดใสจนทำให้บางที อาจมีสิ่งสกปรกทำให้เลอะง่ายเช่นกัน

7.สีเทา ให้ความรู้สึกถึง ความมั่นคง อดทน แข็งแกร่ง มุ่งมั่น ความเชื่อถือ ความเป็นทางการ สีนี้บอกเลยว่าสมัยนี้วันยรุ่นนิยมใช้สีเทาทาบ้านกันเยอะพอสมควร เพราะสีนี้เป็นสีวินเทจเหมาะกับคนรุ่นใหม่มากที่สุด เป็นสีที่ฮิตใช้กันในช่วงสมัยนี้

8.สีทอง ให้ความรู้สึก สูงส่ง มีระดับ ร่ำรวย ความมั่นใจ เป็นอีกสีนึงเลยที่สื่อให้รู้ว่าเจ้าของบ้านหลังนั้น มีความมั่นใจในความ ร่ำรวย มีระดับ ในการใช้ชีวิต เพราะสีทองเป็นสีที่คนมีฐานะมักนิยมนำมาใช้ทาสีบ้านกันเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนที่คิดว่าดี ก็จะทาสีลงไป ให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นการสื่อถึงความมั่งคั่ง ร่ำรวยเป็นที่สุด

9.สีขาว ให้ความรู้สึก บริสุทธิ์ ผ่องใส สว่าง เรียบเนียน เป็นสีที่ต้องบอกก่อนเลยว่า ให้ความ สดใส สว่างเรียบง่ายสบายตาเป็นที่สุด หรือเป็นอีกหนึ่งสีที่เป็นความดูดีไปอีกแบบ ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นสีทองก็ทำให้ดูดีได้แน่อน ต้องยอมรับเลยว่าสีนี้ ดูดี และ เรียบง่าย จริงๆ

10. สีดำ ให้ความรู้สึก มืดมน ความเศร้า หรือความหมายที่ตรงกันข้ามก็คือ ความน่าเกรงขาม ความหรูหรา แข็งแกร่ง สีนี้เป็นอีกสีนึงเลยที่วัยรุ่นหรือคนสมัยนี้นิยมชมชอบที่จะทำ เป็นโทนสีที่สื่อได้ว่า มั่นคง แข็งแรง เป็นอย่างยิ่ง และยังมีข้อดีอีกก็คือ ไม่ทำให้ตัวบ้านเรอะง่าย เหมือนสีอื่นๆ เพราะเป็นโทนสีที่เข้มข้นสุดๆ จนทำให้เป็นสีที่เริ่มนิยมนำมาใช้ทาสีบ้านกัน

การเลือกสีบ้าน 10 เฉดสี ที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ