Tagสัตว์เลี้ยง

สิ่งที่ต้องทำก่อนมอบสัตว์เลี้ยงเป็นของขวัญ

สุนัขและแมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนนิยมมากที่สุด การมอบสุนัขและแมวเป็นของขวัญให้เพื่อน คนรัก หรือสมาชิกครอบครัวไม่ใช่เรื่องแปลก ณ นาทีนั้น ทั้งคนให้และคนรับต่างมีความสุข ดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร หลายกรณีเกิดปัญหาในภายหลัง หากคน ๆ นั้นไม่พร้อมที่จะดูแลรับผิดชอบระยะยาว บางกรณีเจ้าของกับสัตว์เลี้ยงก็เข้ากันไม่ได้ กลายเป็นปัญหาและสร้างภาระให้อย่างคาดไม่ถึง วันนี้เรามีข้อแนะนำดังนี้

สิ่งที่ควรทำก่อนมอบสัตว์เลี้ยงเป็นของขวัญ

1.เลือกสัตว์เลี้ยงที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ประเมินความรักชอบของผู้รับว่ายินดีเลี้ยงสุนัข แมว หรือสัตว์ชนิดอื่น ๆ มอบเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของต้องการเสมอ แนะนำว่าเด็กและผู้สูงวัยไม่เหมาะกับสุนัขที่ร่าเริงซุกซนเพราะต้องออกกำลังกายมาก เช่นเดียวกับแมวขี้ประจบที่อาจพันแข้งพันขาให้สะดุดล้มได้บ่อย

2.สายพันธุ์สุนัขแตกต่างกันมาก ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ล้วนมีกิจกรรมและนิสัยแตกต่างกันไป ถ้าไม่แน่ใจอย่าทำเซอร์ไพรส์ สอบถามความสมัครใจเลยดีกว่า สายพันธุ์ของแมวมีขนาดและนิสัยไม่ต่างกันมากเท่าสุนัข แต่สัตว์ทุกตัวมีบุคลิกและหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ อาจจะพากันไปเลือกด้วยตัวเองให้ได้สัตว์เลี้ยงตัวโปรดที่ถูกใจมากที่สุด

3.สัตว์เลี้ยงตัวใหม่อาจเป็นของขวัญที่ดีสำหรับคนรักหรือพ่อแม่วัยเกษียณ เพื่อเลี้ยงดูเป็นเพื่อนยามเหงา เนื่องจากการเลี้ยงสัตว์มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องนานหลายปี เรื่องนี้ต้องวางแผนล่วงหน้าเพื่อเลือกสิ่งดีที่สุดให้กับคนรัก เช่น อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง อาหาร รวมถึงค่าใช้จ่ายในการให้วัคซีน ทำระบบไมโครชิป ตลอดจนตรวจรักษากับสัตวแพทย์ ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ผู้รับรู้สึกเหมือนเป็นภาระและไม่พร้อมต้อนรับดูแลสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ การไปจับจ่ายเลือกของใช้และซื้ออาหารและขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงมาให้กันบ่อย ๆ ยังทำให้ได้ใช้เวลาด้วยกัน ทำให้ของขวัญมีชีวิตนั้น มีความพิเศษยิ่งขึ้น

4.สัตว์เลี้ยงที่ได้รับการอบรมและฝึกนิสัยแล้ว ดูแลง่ายกว่า แต่เจ้าของส่วนใหญ่ชอบเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็ก ๆ น่ารัก สร้างความผูกพันกันทั้งสัตว์เลี้ยงและทั้งสองฝ่ายที่ช่วยกันเลี้ยงดูให้โตเต็มที่ การเผชิญหน้าโดยตรงเป็นวิธีดีที่สุด ถ้าเป็นไปได้ ปล่อยให้ลองเลี้ยงเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นการจับคู่เจ้าของและสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกัน

5.ปรึกษาทุกคนในบ้าน ไม่เฉพาะผู้รับเท่านั้นที่สำคัญ แต่คนในบ้านต้องร่วมรับผิดชอบเจ้าตัวน้อยด้วย ความคิดเห็นเพียงคนเดียวจึงไม่เพียงพอ การเลี้ยงสัตว์นั้นยุ่งยาก ไม่เฉพาะค่าใช้จ่าย สถานที่และเวลาที่ต้องให้กับสัตว์เลี้ยงเท่านั้น แต่ยังต้องระมัดระวังเรื่องอาการแพ้ขนสัตว์ หรือทำให้คนในครอบครัวรำคาญหรือไม่ ควรคำนึงถึงผลกระทบรอบด้านก่อนที่จะนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในบ้าน

ความจริงแล้วการเลี้ยงสัตว์เป็นความรับผิดชอบสูงมาก เพราะว่าต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันไปนานนับสิบปี สัตว์เลี้ยงจึงไม่ใช่ของกำนัลที่จะมอบให้กันง่าย ๆ เว้นแต่ผู้ให้จะยินดีร่วมรับผิดชอบต่อชีวิตนั้นด้วย ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาแต่อย่างใด

สิ่งที่ต้องทำก่อนมอบสัตว์เลี้ยงเป็นของขวัญ

วิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพดีตลอดปี

ปัจจุบันมีผู้คนจำนวนมากนิยมเลี้ยงสุนัขและแมวเป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน ซึ่งการเลี้ยงสัตว์ให้มีสุขภาพดีนั้นจำเป็นต้องใส่ใจทั้งเรื่องของที่อยู่อาศัย อาหาร การทำความสะอาด ฯลฯ

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมวิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพดี มาฝากกัน เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ได้ดียิ่งขึ้น ดังนี้

1. พาไปฉีดวัคซีนตามอายุของสัตว์ เนื่องจากสัตว์เลี้ยงในช่วงอายุ 1-3 เดือนแรกจะมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอและเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่าง ๆ การรีบพาไปตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีน ถ่ายพยาธิ ฯลฯ จึงสำคัญมาก รวมถึงการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี ก็จะทำให้สุนัขและแมวปลอดจากโรคร้ายที่อันตรายถึงขั้นทำให้ตายได้

2. อาบน้ำเป็นประจำ โดยเฉลี่ยสำหรับสุนัขสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ส่วนแมว เดือนละ 1 ครั้ง ทั้งต้องดูแลเรื่องการแปรงขนและการตัดเล็บเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและลดปัญหาโรคผิวหนังเรื้อรังได้

3. ดูแลเรื่องอาหารที่เหมาะสม ปัจจุบันมีการจำหน่ายอาหารเม็ดและอาหารเปียกแบบกระป๋อง เพื่อให้สุนัขและแมวได้รับคุณค่าสารอาหารที่ครบถ้วนหลากหลาย เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องศึกษารายละเอียดที่ภาชนะ เช่น ช่วงวัยที่เหมาะสม ประเภทของสัตว์ ปริมาณที่ควรให้ในแต่ละวัน เป็นต้น จะทำให้สัตว์เลี้ยงได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ไม่เจ็บป่วยง่าย

4. ให้เวลากับสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ โดยทั่วไปแล้วสุนัขจะต้องการอยู่ใกล้ชิดและคลุกคลีกับคนมากกว่าแมว อย่างไรก็ตามเจ้าของควรมีเวลาให้สัตว์เลี้ยงเป็นประจำวันละ 2-3 ชั่วโมง โดยเฉพาะหากเลี้ยงในพื้นที่ปิด เช่น ในห้อง คอนโด กรง ฯลฯ จะเสี่ยงต่อภาวะความเครียดสูงและจะทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายสัตว์อ่อนแอ เกิดการติดเชื้อและเสียชีวิตง่าย

5. พาสัตว์เลี้ยงไปเดินเล่น ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ จะทำให้ลดความเสี่ยงโรคอ้วนและโรคหัวใจได้ ซึ่งระยะเวลาในการออกกำลังกาย ควรเหมาะสมตามช่วงอายุและตามช่วงอายุและความแข็งแรงของร่างกายสัตว์แต่ละตัวด้วย

6. มีพื้นที่ขับถ่ายเป็นสัดส่วน และควรรีบกำจัดมูลสัตว์หลังจากสัตว์ขับถ่าย เพื่อช่วยลดปัญหาการปนเปื้อนของเชื้อโรคและพยาธิชนิดต่าง ๆ ได้

7. หมั่นสังเกตความผิดปกติ เช่น อาการเบื่ออาหาร ตาเหลือง อาเจียน ซีด ท้องผูก ท้องเสีย โดยไม่ทราบสาเหตุ ฯลฯ และรีบนำมาพบแพทย์ เพื่อตรวจรักษาอย่างรวดเร็ว

8. ดูแลบริเวณที่อยู่อาศัยของสัตว์ ไม่ให้อับชื้น หรือมีน้ำขัง เพราะเป็นแหล่งสะสมของยุง แมลง เชื้อโรค ฯลฯ ที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังและเสียชีวิตได้

จะเห็นได้ว่า การดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพดีที่กล่าวมาเป็นสิ่งพื้นฐานที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรให้ความสำคัญสม่ำเสมอ เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพดีอยู่กับคุณได้ยาวนาน

วิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพดี

ชูก้าไรเดอร์ สัตว์เลี้ยงตัวจิ๋ว

สัตว์เลี้ยงตัวเล็กที่เรารู้จักกันในนาม ชูก้าไรเดอร์ คงไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าตัวเล็กนี้ น่ารักแสนรู้และกำลังเป็นที่นิยมของคนรักสัตว์ เรามาทำความรู้จักกับเจ้าชูก้าไรเดอร์กันดีกว่า ว่ามันมีความน่ารักขนาดไหน

ชื่อเป็นทางการของมันคือ ชูก้าไรเดอร์ หรือชื่อที่เรียกติดปากก็คือ จิงโจ้บิน ลักษณะของมันคือมีกระเป๋าหน้าท้องเหมือนจิงโจ้ เลี้ยงลูกในกระเป๋าหน้าท้อง มีพังผืดด้านข้างลำตัวตั้งแต่ข้อมือไปถึงข้อเท้าคล้ายบ่างของบ้านเรานี่แหละขนาดตัวของมันเท่าฝ่ามือ สีตามธรรมชาติของมันคือสีเทาดำ หากินกลางคืน เป็นสัตว์ที่มาจาก 2 แหล่ง คือประเทศออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย แต่ในออสเตรเลียถือว่าชูก้าคือสัตว์สงวนไม่สามารถนำออกจามากประเทศได้ ในประเทศไทยชูก้าไรเดอร์มีอยู่หลายสีหลายสายพันธุ์ มีทั้งสีขาวตาแดง สีเทาดำ มีเสียงเห่าคล้ายลูกสุนัข ชูก้าไรเดอร์กำลังเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมาก เพราะความน่ารักของมันเป็นสัตว์ที่จำกลิ่นของคนเลี้ยง การเริ่มต้นเลี้ยงชูก้าไรเดอร์นั้นจึงต้องทำความคุ้นเคยกันก่อน ที่จะจับตัวกันได้ ราคาค่อนข้างสูงสำหรับสีที่แตกต่างกันออกไป การเลือกซื้อชูก้าไรเดอร์ควรมีความรู้เบื้องต้นด้วยในการเลือก เพราะผู้เพาะพันธุ์บางส่วนไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสมและอายุในการแยกลูกชูก้าไรเดอร์ที่ยังไม่หย่านมออกมาเพื่อจำหน่าย บางร้านมีการตัดฟันเพื่อไม่ให้ชูก้าไรเดอร์กัด โดยที่ไม่รู้เลยว่าการตัดฟันนั้นส่งผลระยะยาวกับเจ้าตัวเล็กนี้ขนาดไหน ชูก้าไรเดอร์ไม่เหมือนกระรอกที่ตัดฟันแล้วจะงอกมาใหม่ได้ การตัดฟันจึงเป็นการทำร้ายความเป็นอยู่ของมันอย่างมากในเรื่องการกินอาหารจนถึงเรื่องสุขภาพในอนาคต ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา

ชูก้าไรเดอร์

ชูก้าไรเดอร์ เป็นสัตว์สังคมชอบอยู่กันเป็นกลุ่มและออกหากินในเวลากลางคืน ผู้เลี้ยงจะสังเกตได้ว่าพวกมันมักจะตื่นกันมาเล่นในเวลากลางคืน และจะนอนในเวลากลางวัน ส่งเสียงเห่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ เป็นสัตว์ที่ชอบซุก เราจึงต้องมีถุงผ้าหรือของเล่นที่สามารถให้เจ้าชูก้าไรเดอร์ซุกตัวได้ กรงที่เลี้ยงควรมีลักษณะที่สูงเพราะชูก้าชอบกระโดดไปมาอยู่ตลอดเวลา อาหารของชูก้าไรเดอร์ สามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์ ผลไม้ที่มีรสหวาน เช่น แอปเปิ้ล กล้วย มะละกอ แตงโม เสริมโปรตีนด้วยแมลง เช่น จิ้งหรีด หนอน ตั๊กแตน แต่ควรให้ในปริมาณที่พอเหมาะเพราะจะทำให้มันอ้วนจนเกินไป ไม่ดีต่อสุขภาพ อายุของมันสามารถอยู่กับเราได้ถึง 10 ปี แล้วแต่การเลี้ยงดูของแต่ละคน ถือว่าเป็นสัตว์ที่อายุยืนอีกหนึ่งชนิด

การตัดสินใจเลี้ยงชูก้าไรเดอร์ อยากให้ศึกษาข้อมูลในการเลี้ยงก่อน และความพร้อมของผู้เลี้ยงด้วยว่าพร้อมที่จะดูแลแค่ไหน เพราะเขาเป็นสัตว์ขี้อ้อนและติดเจ้าของมากถ้าเลี้ยงตัวเดียว ความใส่ใจคือสิ่งสำคัญเมื่อคิดจะเลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ชนิดไหนก็ตาม ต่างก็ต้องการความดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของ ไม่ใช่เลี้ยงทิ้งๆขว้างๆ เพราะสัตว์ทุกๆตัวมีหัวใจ